Aside

ฟรองซัวค์ผู้กินไอศครีมราคายี่สิบเซ็นต์

“โอ้ ฟรองซัวค์คนนั้นน่ะหรือ” คุณลุงมาริโอ้ ผู้ดูเหมือนจะกลมกลึงไปทุกส่วนสัดร้องขึ้น
“ฉันน่ะรู้จักหมอตั้งแต่ตัวมันเท่านี้” คุณลุงทำไม้ทำมือประกอบ
“มาเรียน่ะน่าสงสาร เงินก็ไม่ค่อยมีให้ลูกเท่าไหร่หรอก หมอจะมาร้านฉันพร้อมเด็กอื่นๆนั่นแหละ แต่จะรอจนเด็กคนอื่นๆได้ถ้วยไอติมของตัวเองหมดแล้ว  ก็จะค่อยๆแบมือที่กำเหรียญยี่สิบเซ็นต์เอาไว้แน่น มองฉันตาละห้อย และถามว่า “คุณลุงมาริโอ้ เงินเหรียญนี้ซื้ออะไรได้บ้างครับ” พ่อหนุ่มเอ๋ย นัยน์ตาสีฟ้าแสนเศร้าพร้อมกับท่าทีสุภาพแบบนั้นน่ะ สัตว์นรกที่ไหนก็ต้องสยบทั้งนั้น ฉันจะคิดเมนูใหม่ๆมาหลอกเด็กน้อยนั้นทุกวัน ตักทุกสิ่งทุกอย่างให้พ่อหนุ่ม และอาจจะแถมขนมปังกรอบและช็อคโกแลตแท่งไปให้ด้วย เด็กนั่นจะเอากลับไปฝากแม่อย่างแน่นอนและนั้นอาจจะเปนของสิ่งเดียวที่ตกถึงท้องมาเรียผู้น่าสงสาร พ่อหนุ่มแสนซื่อก็เข้าใจอย่างนั้นมาจนโต

จนเมื่อถึงวัยที่เด็กอื่นเข้าเมืองเพื่อไปดื่มเหล้าหรือเต้นรำ
ฟรองซัวค์ของฉัน กลับไปหาหนังสือมานั่งอ่านทั้งวี่วัน จนมันไปเรียนมหาวิทยาลัยกลับมานั่นแหละ เด็กน้อยนั้นกลายเปนพ่อหนุ่มที่แสนจะเงียบขรึมและทรงเสน่ห์ แล้วมันก็ชอบเตร่มาช่วยฉันที่ร้านมั่งล่ะ วุ่นวายไปช่วยเกรธ่าของฉันคิดเงินมั่งล่ะ  วันนึงฉันทนไม่ไหว เลยตีหน้ามันและตะโกนบอกมันยังงี้
“ไอ้เด็กเหลือขอ นิ้วมือเรียวยาวของแกมันเหมาะกับการกวนหรือตักไอติมนักหรือไง หัวของแกก็ไม่คู่ควรกับการบวกลบเงินวันละไม่กี่มากน้อยซะด้วย ไอ้หมาหลงหมาลัยนี่ เค้าไม่สอนแกหรอกหรือ ไปเลยนะ เข้าไปในเมือง หาเงินส่งให้แม่ของแกเยอะๆ ถึงวันนั้นฉันจะบอกแกเองว่าแกต้องจ่ายอะไรฉันบ้าง”
พูดเสร็จฉันก็คว้ามือหมอพร้อมยัดถุงเงินแล้วก็ผลักมันออกไปนอกร้าน

ฉันโดนเกรธ่าด่าเปนวันๆ “ไอ้อ้วนเอ๋ย คำพูดคำจาดีๆไม่มีกะเค้ามั่งหรือไง ฟรองซัวค์ของฉันจะอยู่ยังไง โถ เด็กน้อย”

ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันต้องทำได้ มันเปนผู้ชายประเภทที่อยากจะตื่นก่อนเมีย มาทำอาหารเช้าให้
ก่อนจะยกเข้าไปแล้วปลุกเธอด้วยจูบเบาๆ หรือไม่ก็ร่างสุนทรพจน์วันแต่งงานของตัวเอง
ซื้อเหล้าเลี้ยงผู้คนในบาร์และบอกว่าชีวิตของมันดีแค่ไหน มันเปนของมันแบบนั้นแหละ”
พอร่ายยาวจบ ลุงก็คว้าป้าเกรธ่าที่กำลังยิ้มแปร้มาจากอากาศ (ผมไม่ทันสังเกตุด้วยซ้ำ) หอมฟอดใหญ่ ดึงกระดาษในมือของป้ามาเขียนขยุกขยิกพร้อมกับยื่นให้ ก่อนจะบอกว่า
“ถ้าพ่อหนุ่มเจอมันอีกที ฝากนี่ให้มันด้วย”
ในกระดาษยู่ยี่นั้นมีตัวหนังสือไม่เสมอกันแบบคนเขียนหนังสือไม่แตก

อ่านว่า “ไอศกรีม 20 เซ็นต์ จ่ายแล้ว”

การเดินทางกลับ

เธอกำลังสนุกสนานสุดขีด หัวค่ำอันแสนร่าเริงต้นหน้าร้อน
วันสอบวันสุดท้ายและไวน์ราคาถูกที่ดื่มได้ไม่ยั้ง เรื่องตลกของพวกทหารอิตาเลียนที่ทอมเล่าเมื่อกี้ชวนหัวเหลือแสน เอลีนมักจะเสริมด้วยอารมณ์ขันร้ายๆ บทวิพากษ์วิจารณ์ทุกอย่างตรงหน้าของเธอ สร้างความบันเทิงเสมอ ถึงอิงกริดมักจะเงียบๆ แต่ความเห็นของเธอต่อบทสนทนาก็น่ารับฟัง และท่าทีจริงจังของเธอก็ถูกนำมาเป็นเรื่องตลกได้อีกครา

ส่วนโจชัวนั้นเล่า โอ้ โจชัวผู้แสนน่ารัก โจชัวผู้น่าสงสาร ยิ้มอายๆรับกับนัยน์ตาสีฟ้าเศร้าๆ เขาไม่เคยทันเรื่องอะไรสักอย่างเลย แต่สาวๆทั่วทั้งมหาวิทยาลัยก็ไล่ตามเขาเสียจริง
โถ โจชัวของฉัน นั่นยิ่งสร้างปัญหาให้กับเขามากขึ้นไปอีก ฉันรู้ดี

เวลาล่วงเลยผันผ่าน น่าจะเป็นตอนที่เอลีนขอไวน์แก้วที่หกหรือเจ็ด สายตาเธอสะดุดกับชายหนุ่มซอมซ่อที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของร้าน ถึงที่แห่งนี้จะเป็นบาร์เหล้าชั้นเลว แต่การแต่งกายของชายหนุ่มผู้นั้นก็สะดุดตาอยู่ดี อธิบายไม่ถูกในครั้งแรกที่เห็น แต่ทุกคนต้องคิดเหมือนกันแน่ว่ามีอะไรแปลกๆ ไม่ใช่ชุดเก่าซอมซ่อของขอทานหรือล้าสมัยน่าขัน มันมีอะไรบางอย่างรบกวนจิตใจในตัวผู้ชายคนนั้น เธอเฝ้าจับตามองเขาอยู่สักพักใหญ่ๆ ขณะที่ทอมและเอลีนกำลังแสร้งทำเป็นฟังอิงกริดอย่างตั้งใจ (พวกเขากลั้นขำอยู่ ฉันรู้ดี)

โจชัวหายไปกับแม่สาวทรงโตที่เธอเคยเห็นหน้าแต่จำชื่อไม่ได้ เธอเคยเรียนกับหล่อนเมื่อสักเทอมหรือสองเทอมที่แล้ว โง่อย่างบัดซบและมารยาททรามเหลือทน น่าจะเป็นพวกอีสต์เอนด์ เธอไม่อยากตัดสินใคร แต่มันก็อดคิดไม่ได้ เธอคิดถึงเขาไปเพลินๆ
“ไว้ถ้ามันจะเดือดร้อนจริงจัง ฉันค่อยผละไปช่วยเขาก็แล้วกัน
เอ หรือมันคงไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาหรอก”

เธออมยิ้มกับตัวเองขณะที่ยังคงสังเกตุการณ์ชายหนุ่มต่อไป เขานั่งเงียบๆคนเดียว สายตาไม่ได้บ่งบอกว่าจับจ้องหรือสนใจอะไรอยู่ จริงอยู่ แม้แต่เวลาที่คนเราไม่ได้ปริปาก สายตามักจะหลงเหลือร่องรอยไว้ว่ากำลังครุ่นคิดอะไร แต่แปลกมาก เขาไม่เหลือร่องรอยที่ว่านั้นเลย เพียงแต่ยกแก้วขึ้นจิบนานๆครั้ง โต๊ะตัวนั้นไม่เหมาะสำหรับเสิร์ฟอาหารสักนิด
(“มันไม่สมควรจะเกิดเป็นโต๊ะด้วยซ้ำ”)

บนโต๊ะมีเพียงเบียร์สเต๊าท์ของพวกไอริช และกับแกล้มจานเล็กๆที่มองไม่ออกว่าคืออะไร คงใช้เวลาสักพักกว่าทั้งโต๊ะจะสังเกตุว่าเป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอไม่ได้ หัวเราะ(หรือสนใจด้วยซ้ำ)กับมุกล่าสุดที่ เอลีนและทอมรวมหัวกันเล่นงานอิงกริด พวกเขาหันมาถามเธอ เธออธิบายให้ทั้งหมดฟัง หลังจากผ่านไปสักห้านาที ทั้งโต๊ะก็เงียบเสียง
พลทหารอเล็กซานโดรและพรรคพวกไม่ใช่หัวข้อสนทนาอีกต่อไป

 

“พวกเรียนกฏหมายที่หยิ่งยโสน่ะสิ ฉันไม่เห็นจะมีอะไรเป็นพิเศษ” เอลีนโพล่งขึ้นมาอย่างเคย ก่อนจะหันไปทางทอม “เฉพาะเจาะจงจ้ะ ไม่ใช่โดยรวม”
“มิเป็นไร คุณผู้หญิง”ทอมฉวยมือเธอหอมเข้าฟอดใหญ่ เขาจบเอกกฏหมายและจะต้องสอบทนายภายในปีนี้ “ไม่ใช่แน่ๆอย่าลืมสิ ฉันเรียนวิชาหลักๆซ้ำเกือบทุกตัว เด็กเอกนิติฯในระยะอย่างน้อย 5 ปีฉันต้องคุ้นหน้ามั่งแหละ หมอนี่ไม่ใช่พวกเราแน่”

“ฉันเริ่มเห็นด้วยกับเธอแล้วล่ะ เขามีอะไรพิเศษจริงๆด้วย”อิงกริดกล่าวขึ้นอย่างเหม่อๆ
“อย่าบอกนะว่าเธอเริ่มจะหลงรักหมอนี่’อีก’คนแล้วน่ะ”เอลีนกลอกตา
“ไม่ใช่ใช่มั้ย” ประโยคนี้เธอหันมาถามฉัน ฉันแกล้งทำตาเป็นประกาย
“ก็ไม่แน่นะ เขาดูดีออก”แล้วก็ทำเปนกระซิบกระซาบกับอิงกริด
ทอม ผู้ซึ่งทนไม่ได้กับการถูกแย่งการเป็นจุดสนใจ เขาจบจากอีตันด้วยเกรดยอดเยี่ยม ประธานชมรมคริกเก็ตและตัวเต็งประธานสมาคมศิษย์เก่าประจำรุ่น การเรียนซ้ำของเขานั้นเป็นความ”ตั้งใจ”เพื่อที่จะไปขยายขอบเขตคนรู้จักของ พ่อ (ซึ่งเป็นนักการเมืองที่ฉันพูดชื่อแล้วล่ะก็ คุณคงไม่เชื่อหูตัวเอง) ให้มากยิ่งขึ้น กล่าวขึ้นหลังจากผ่านไปอีกสักพัก
“ทำไมเราไม่ลองชวนหมอนั่นมานั่งคุยดูล่ะ เลี้ยงเบียร์มันสักแก้วคร้านจะรีบบินมา”
“ฉันนึกว่าเธอจะมีไอเดียที่ดีกว่านั้น พ่อคนหัวแหลม” เอลีนตอก “มันต้องมารยาหญิงสิ ฉันรำคาญแม่นกกระจอกสองคนนี้เหลือเกิน ฉันจะไปชวนเขาเอง”
ไวเท่าความคิด ก่อนจะมีใครยั้งเธอไว้ได้
เอลีนพุ่งเข้าไปหาเขา ถึงจะเป็นเวลาที่ดึกมากแล้วและคนก็เริ่มซาลง ไม่แปลกหรอกที่เขาจะสังเกตเห็น แต่สายตาของเขาบ่งบอกว่าเขากำลังคาดการณ์ได้ว่าเอลีนจะเดินไปหา
มันเหมือนเขารู้ล่วงหน้า

แน่ล่ะ เรื่องนี้ฉันพูดออกไปดังๆไม่ได้ แต่ฉันแอบพยักเพยิดกับอิงกริด เธอเห็นเหมือนฉันแน่ๆ
เอลีนได้รับการเชิญให้นั่งแล้ว เธอกำลังคุยอะไรสักอย่างตอนที่โจชัวเดินเอียงๆมาที่โต๊ะ “ว่าไงไอ้เกลอ ฉันบอกแล้วมั้ยล่ะว่าแม่นั่นน่ะ สุดยอด” ทอมเอียงคอล้อเลียนโจชัว
“ไม่ล่ะ เราแค่จูบกันนิดหน่อย ฉันรู้สึกไม่ค่อยดี นั่งเป็นเพื่อนเธอสักพักก็รีบผละมา เธอมีคนรอคุยเปนโขยงเลยล่ะมั้ง” โจชัวพูดเอื่อยๆ “โธ่เอ๋ย ไอ้เกลอแก้ว ฉันนึกว่าแกจะเสร็จแม่นั่นเสียแล้ว แกมันโง่กว่าที่ฉันคิดเสียอีก” ทอมทุบโต๊ะพร้อมหัวเราะลั่น ฉันอมยิ้มอย่างปกป้อง อิงกริดลูบหลังพร้อมกับบอกว่า “ฉันว่าแล้วเธอต้องไม่เป็นคนแบบเขา“เธอส่งสายตาตีความไม่ได้ไปให้ทอม “ดีแล้วล่ะจอช เธอน่ารักมากรู้มั้ย” เมื่อทุกคนหันกลับไป ฉันก็อธิบายอย่างรวบรัดให้โจชัวฟังว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ เมื่อจบเรื่อง ทอมกับอิงกริดก็ครางฮือ ฉันหันกลับไป โต๊ะน่าเกลียดนั้นว่างเปล่า”อะไรกัน หายไปไหนน่ะ”ฉันถามด้วยความตกใจ”อย่างกับมายากลแน่ะ ฉันเหนเขานั่งคุยกันดีๆพอเจ้าอ้วนเฟรดกับพรรคพวกของมันเดินผ่าน เขาก็หายกันไปเฉยๆเลย”ทอมซึ่งได้สติก่อนอธิบาย แต่ฉันซึ่งดูเหมือนจะดื่มไปน้อยที่สุดเห็นประตูร้านกำลังไหวน้อยๆ จึงชี้ให้ทุกคนดู และพวกเราก็รีบผละกันออกมา
เมื่อถึงหน้าถนน ฉันเห็นเขากับเอลีนยืนคุยกันอย่างปกติที่สุด เมื่อเห็นพวกเรา เธอก็ยิ้ม
ซึ่งคงดูเป็นเรื่องสามัญที่สุดที่มนุษย์พึงกระทำ
สำหรับคนที่ไม่ได้รู้จักเอลีนมาเกือบ 8 ปีเช่นเธอ

“สุภาพบุรุษคนนี้ ชวนฉันออกมาเดินข้างนอกสักพัก ทำไมพวกเธอถึงออกมากันล่ะ”
ฉันจะพูดได้อย่างไรต่อหน้าเขาว่าพวกเราเป็นห่วง ที่เธอหายออกมากับคนแปลกหน้า
“อ้อ พวกเรากำลังจะกลับกันแล้วล่ะ” ฉันแก้เก้อหันไปพยักเพยิดกับที่เหลือ
“เอลีนคงแนะนำพวกเราแทนแล้ว คุณอยู่แถวไหนล่ะ เดี๋ยวผมเรียกรถม้าให้ก็ได้” ทอมซึ่งมีท่าทีทางการขึ้นมาทันทีกล่าว ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆเหมือนรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น “ผมทราบแล้ว ยินดีที่รู้จักทุกท่าน ผมคิดว่าผมเดินไปเป็นเพื่อนพวกคุณดีกว่า อพาร์ทเม้นท์ของพวกคุณอยู่สุดถนนี้ใช่มั้ย” เขาผายมือไปทางถนนเลียบคลอง
“เดี๋ยวก่อนสิ คุณมาจากต่างถิ่นหรือ ทำไมไม่แนะนำตัวก่อนล่ะ
มันเป็นมารยาทนะรู้มั้ย” ทอมสำทับอย่างวางอำนาจ เขามีพรสวรรค์เรื่องนี้”

เขายังคงยิ้ม “อ้อ ขออภัยสำหรับความเลิ่นเล่อ โปรดเรียกผมว่าคุณฮอลโลเวย์”
เขากล่าวพร้อมกับถอดหมวกออก
สง่างามกว่าพวกที่อ้างตัวว่ามาจากตระกูลขุนนางที่เธอเคยเห็นซะอีก
ในเมื่อทุกคนตกอยู่ในความงงงัน เธอก็เริ่มออกเดิน
ก้าวยาวฉับๆ พร้อมพยักเพยิดให้ทั้งกลุ่มเดินตาม
ในขณะที่เอลีนเริ่มคุยเรื่องสัพเพเหระกับคุณฮอล์โลเวย์
เราก็พยายามให้คนทั้งคู่อยู่ใจกลางวง
และพยายามจับตามองท่าทีอันเป็นพิรุธ

จนเมื่อเดินไปถึงกลางทาง มีเพียงน้ำซัดตลิ่งอยู่ไกลๆ
และเสียงกระซิบกระซาบของสองคนเท่านั้น
ทอมที่อดทนอยู่นานก็ถามขึ้นมาเฉยๆ “ขอโทษเถอะ ว่าแต่คุณทำมาหากินอะไร”
“ผมหรือ อ่ะฮ้า ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก ผมมักเดินทางไปมา โดดเดี่ยวใต้ท้องเรือต่างชาติ
หรือไม่ก็นอนหนาวเหน็บในค่ายของชนเผ่าอันไกลโพ้น
ผมติดตามคณะหลายคณะที่มีจุดประสงค์แตกต่างกันออกไปในทุกๆที่
อะไรทำนองนี้แหละที่ผมทำเพื่อแลกขนมปังสักก้อนหรือไม่ก็เนยสักกระปุก”
ทอมยังไม่ได้คำตอบ เธอรู้ดีว่านี่ก็เป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่ทำให้เขาไม่ค่อยชอบใจ

จอช ดูจะพอใจให้การเดินกลับหอคราวนี้ไม่มีเรื่องฟาดปาก เขากล่าวขึ้นลอยๆ
“งานของคุณน่าสนใจมาก คุณฮอลโลเวย์”
ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อย “ขอบพระคุณ คุณสุภาพบุรุษ
แต่บางคราวก็หนาวเหน็บเหลือเกิน
คุณจะจ่อมจมในความมืดทึบและความอ้างว้างที่ไม่เคยคาดคิด
บางคราวคุณก็จะเกลียดตัวตนของคุณจับใจ
คุณรู้สึกได้เลยว่าอะไรบางอย่างกำลังกัดกินคุณอยู่
และเมื่อแสงแดดสาดส่อง สิ่งที่คุณอยากทำกลับเป็นการตะโกนโห่ร้อง
มันนำเอาความบ้าคลั่งจากจิตเบื้องลึกของคุณขึ้นมา
มันทำให้คุณต้องมีความอดทนและวินัยสูงยิ่ง ไม่อย่างนั้นก็อาจวิปลาศไปได้”
เขายังจบประโยคนั้นด้วยรอยยิ้ม แต่คราวนี้มันไม่ได้ทำให้ชวนค้นหาอีกแล้ว
มันกลับเป็นรอยยิ้มเศร้าสร้อยที่ทำให้เมืองทั้งเมืองดูเงียบงัน
อะไรบางอย่างที่มีแรงกดทับมหาศาลและดูดกลืนความสว่างไสว
ในพวกเขาแต่ละคนออกไป  เอลีนผงกหัวเล็กน้อยเหมือนผู้ป่วยร้ายแรงที่พึ่งฟื้นไข้
ทอมทำหน้าหวาดผวาและผะอืดผะอมไปพร้อมกันๆ อิงกริดทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้
จอชกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์
“ที่ๆคุณไป และสิ่งที่คุณทำ คงโหดร้ายกับคุณน่าดู
คุณพูดราวกับ ดันเต้ ที่ไปเหยียบนรกมา
ได้เจอหน้าปีศาจและทัศนาสถานที่ทำงานของเขา”
อยู่ดีๆฉันก็โพล่งออกไป กึ่งท้าทาย กึ่งยั่วยุ

ชายหนุ่มยังคงยิ้ม เขาถอยหลังสักครึ่งก้าวแล้วกระซิบว่า
“ผมนี่แหละ คือปีศาจ”
เขาหันหลังและเดินต่อไปทันที ประโยคสุดท้ายนั้นล่องลอยอยู่สักครู่
ก่อนเธอจะได้ยินเสียงกรนของรอนนี่ผ่านบานพับสำหรับส่งหนังสือพิมพ์
อากาศรอบตัวเริ่มคลี่คลาย ค่ำคืนส่งเสียงกังวาลอีกครั้ง
จอชมองตามจนลับสายตา แววตาเป็นประกายเหมือนนึกอะไรออก
สำหรับทั้งสามคนนั้น พวกเขาดูเหมือนเหนื่อยอ่อนอย่างมาก
ราวกับกลับจากการเดินทางอันยาวนาน

ฮีโร่เต็มไปหมดเลย

ไม่เห็นต้องอพยพมาจากดาวอื่น

หรือเป็นประจักษ์พยานว่าพ่อแม่ถูกฆาตกรรมในคฤหาสน์ตัวเอง

ก็เป็นฮีโร่กันได้

ฮีโร่เต็มไปหมดเลย ทั้งพวกปล่อยแสงได้ บินได้ หายตัวได้ หรือจะพวกเอาแต่พ่นไฟ

ก็ฮีโร่กันทั้งนั้น


สัตว์ประหลาดคงจะเยอะเกินไปทั้งสัตว์ประหลาดมนุษย์ป้า สัตว์ประหลาดนางงาม

สัตว์ประหลาดวงโยฯขอทาน กระทั่งสัตว์ประหลาดผู้ประกาศข่าว

รวมอีกหลากหลายสัตว์ประหลาดที่อาจจะจำแนกไม่ได้

ฮีโร่ทั้งหลายเลยต้องพาเหรดกันออกแปลงร่างด้วยเข็มขัดกันยกใหญ่

เข่นฆ่าให้ล้มตายไปซะให้หมด


สัตว์ประหลาดเกิดขึ้นทุกวัน ฮีโร่ก็เลยมีอัตรากำเนิดพอๆกัน

จะให้รอแมงมุมกัดกันถ่ายเดียวคงไม่ทัน

แปลงร่างเองเสร็จสรรพเลยพร้อมจะพิทักษ์คุณธรรมแล้ว ฮูเร่!


อ้าว ทำไมฮีโร่หลายตนไม่เห็นมีเงา